คำเตือน
บทความนี้ไม่มีบทบรรยายภาษาคน อาจมีเนื้อหาบางตอนอ่านไม่รู้เรื่อง
บทความนี้ไม่ได้สอดแทรกรูปภาพใดๆ แม้จะอยากถ่ายมาลงก็ตามที

เอ็นจอยรีดดิ้งเน้อ


กะจะเอาเรื่องเค้กโรลล์มาบ่น ไม่บ่นแระ(มือหนึ่งถือโรลล์บลูเบอร์รี่ หง่ำ...)
แต่ก็มีเรื่องให้ต้องไปจัดการค่ะ คือแล็บกายวิภาคที่คณะเสียหายจากน้ำท่วมมหาลัยครั้งมหึมา


เราก็ไปBig Cleaning Day ตามที่ท่านอาจารย์ออกสื่อชักชวน(กันใหญ่) แต่ว่าคนเยอะมาก
ที่ที่ทุกคนอยากไปทำ หนีไม่พ้นห้องสมุด ตึกเรียนรวม หอพระนี่แทบไม่มีคนไปเลย
เพราะมันร้อน เราก็เช่นกันค่ะ ด้วยความกลัวร้อน เลยหนีไปทำความสะอาดที่ห้องสมุด
สรุปว่าหนีเสือปะจรเข้ หนีร้อนเจอร้อนยิ่งว่า ทั้งร้อน ทั้งรา


ทำไมเหรอคะ เฮอะ ก็คนเยอะ ต่างคนต่างออกแรง ในที่ร่ม และไม่ระบายอากาศ
(ปกติเปิดแอร์เลี้ยงเพนกวินกันเลยทีเดียว)
แล้วผนังที่ผ่านน้ำท่วมมาอย่างหนัก ตอนนี้ราขึ้นเขียวปึ๊ด สภาพเละมาก สุดขีด ไม่อยากบรรยาย
เรารอจนเพื่อนที่นัดไว้มาตอนราวๆสิบโมง รู้ทั้งรู้ว่ามันบ้านไกล แต่ก็อดด่าไม่ได้อยู่ดีค่ะ
จากการด่าสิบแปดชุด เราก็อารมณ์เย็นลง ชักชวนกันกิน(ฟรี)และหนีไปดูสภาพคณะ
"อย่างน้อยๆก็อกกูอ่ะ"เราบอกเพื่อนปลงๆ ตรงอื่นในมหาลัยน่ะมิดหัวเลยแหละ


ตึกคณะเราอยู่ติดโรงพยาบาล ยกพื้นสูงกว่าที่อื่น แต่ว่าแล็บกายวิภาค
(เรียกว่าแล็บมี่ หรือหลับหลังอาจารย์ว่า ห้องมืด)
อยู่ต่ำกว่า ไม่ยกพื้น ระดับเดียวกับถนนหน้าตึก เลยโดนน้ำซะเละ
ตอนเช้าไปดูมารอบนึง เล่าให้เพื่อนฟังซะหน้ากลัว
ไปถึงก็ไม่ค่อยน่ากลัวแล้ว เพราะแม่บ้านจัดการไปครึ่งค่อนวัน พื้นเรียบร้อยกว่าครึ่ง


เสียดายแล็บสุดๆ เนื่องจากเรายังไม่ได้สอบกายวิภาคเล้ย
ถ้าแล็บสะดวก เราก็สอบเร็ว ผ่านเร็ว(สาตุ๊) สบายตัว

เลยอาสาช่วยพี่ที่ห้องแล็บทำความสะอาดครั้งใหญ่


วันนั้น (เสาร์ที่ผ่านมา) เราก็เริ่มด้วยการขัดเตียงเหล็กสิบเตียง
ไม่ได้เป็นเตียงเหล็กธรรมดา แต่ผ่านการจับเกาะโดยโคลนเลนและกระดาษหนังสือพิมพ์
ที่เปียกแล้วแห้งจนกลายเป็นเปเปอร์มาร์เช่ติดเตียงเหล็กให้เราขัด

เห็นแล้วช้ำใจมากค่ะ ทำไมเสียหายเยอะแยะยังงี้อ่ะ

เสร็จไปสิบเตียง (รวมขาหยั่ง ที่วางเท็กซ์ และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ)เราก็หมดแรง
กลับบ้านมาเหมือนเป็นไข้ แทบทรุดค่ะ ซักผ้า ซักผม กินยา นอน
ไอ้ที่ว่าจะไปเปิดดูสภาพอาจารย์ เป็นต้องพับโปรเจคไปอย่างน่าเสียดาย
แถมตกปากรับคำพี่เค้าว่า เดี๋ยววันที่แปดไปช่วยอีก ก็เลยได้ไปอีกครั้ง
เพื่อทำความสะอาดสื่อการสอนที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน


งานนี้เราเอาโครงกระดูกอาจารย์ออกมาทำความสะอาดครั้งใหญ่


คนที่ไม่เคยเรียนทางนี้ อาจจะงง ปนสงสัยว่า อ้าว ไม่ได้เรียนกับร่างเฉยๆเหรอ
ตอนแรกที่เข้ามาเราก็ไม่รู้ สงสัยมากว่ากล่องไม้ที่เค้าวางกันทั้งห้องน่ะอะไร
พอคาบแรกก็เริ่มด้วยการศึกษากระดูกจากกล่องไม้ที่ว่าน่ะค่ะ โครงสร้างคร่าวๆพอรู้เรื่องกันไป
มีทั้งโครงที่ต่อ (แหม่ ใช้คำว่าอะไรดีเนี่ย) เป็นโครงสำเร็จเรียบร้อย อยู่ในโพสิชั่นของมนุษย์ปกติ
ส่วนอันที่อยู่ในกล่อง คาบแรกเราจำได้ว่าทั้งกลุ่มช่วยกันต่อเหมือนเล่นจิ๊กซอว์ยังไงยังงั้น
แต่เป็นจิ๊กซอว์ที่สนุกปนสยอง เพราะถ้าผิด ตอบไม่ได้ ก็ ซวยยยยยยยยยย


กล่องโครงกระดูกอาจารย์ใหญ่โดนความชื้นค่ะ (แอบมีแมลงเข้าไปด้วย แง๊)
เราก็เลยเอาเตียงที่ขัดเสร็จไป มารองกระดูก เอากระดูกแช่แอลกอฮอล์ความเข้มข้นสูง
ขัดๆ ถูๆมันทุกชิ้น แล้วก็วางผึ่งอากาศ เรียงๆกันไว้ให้โดนลม

ฟังเหมือนขั้นตอนง่าย แต่ใช้ความระมัดระวังมาก
อาจารย์บางท่านอายุมาก กระดูกบอบบาง อาจแตกหักเสียหายได้
กระดูกชิ้นแรกที่ควานขึ้นมาจากถังแอลกอฮอล์เป็น Rib แต่ทำไมสั้นจัง
เราถึงกับร้องเหวอเลย "กระดูกหัก"

ประกฏว่าดูอีกที มันเป็น Floating Rib ที่ขนาดเล็กกว่าปกตินิดนึง
เดาเอาว่าคู่ที่ 11 มั้ง นึกว่าทำซี่โครงหักซะอีกแน่ะ

หมดร่างแรก ก็ควานหาชิ้นที่เหลือ สรุปว่า

ทำฟันหลุดง่า


ฟันเป็นส่วนที่บอบบางไม่แพ้ส่วนอื่น สามารถหลุดได้ไม่ยากอยู่แล้วสำหรับผู้สูงอายุ
แล้วพอมาเป็นโครงศึกษา ไม่มีกล้ามเนื้อยึด ก็เลยหลุด
มีบ้างที่หลุดมาแล้วช่างทำก็เอากลับเข้าที เอาเรซิ่นยึด ไม่ให้หลุดออกมา
พอแช่แอลกอฮอล์ก็เลยทำให้เรซิ่นร่อนไปบ้าง ฟันเลยหลุดมาจากที่ของมัน

พี่ผู้ชำนาญการบอกไม่เป็นไร แค่วางให้ถูกท่านก็พอ เราก็เลยไปทำความสะอาดกล่องอื่น


สอบถามว่ากระดูกในโกฐ โดนน้ำท่วมทำไง
ได้ความว่าคล้ายกัน แต่ต้องมีกระชอนหรือผ้าสะอาด กับแอลกอฮอล์ความเข้มข้นไม่สูง
แค่ยี่ห้อศิริบัญชา ผสมน้ำนิดนึงก็โอแล้ว
เอากระดูกในนั้นเทใส่รวมๆกันในห่อผ้า เอาห่อผ้าชะในถังแอลกอฮอล์ให้พอสะอาด
แล้วก็ตากในกระชอน ผึ่งอากาศให้แห้ง ทำความสะอาดภาชนะ บรรจุ
ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

กระดูกเผากับกระดูกอาจารย์ใหญ่แตกต่างกันค่ะ กระดูกอาจารย์ต้องผ่านการฆ่าเชื้อเยอะแยะ
ผ่านกรรมวิธีชุบเคลือบต่างๆ ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ได้นานที่สุด
แต่กระดูกในโกศ ผ่านการเผา แห้งสนิท และมีลักษณะป่น
"ขืนแช่วิธีนี้ ได้ไปกับน้ำหมด"พี่เค้าไม่ลืมกำชับมา


สรุปว่าBig Cleaning ในวันนี้ก็กินแรงไปมาก
แม้ว่าจะไม่ได้จัดการทุกกล่อง แต่ก็เบาแรงพี่ที่ดูแลห้องไปได้เยอะ
แวะฉีดน้ำยาอาจารย์ ทวนเรื่องที่จะสอบนิดหน่อย(เพราะจำไม่ค่อยได้ ต้องอ่านก่อนสักหลายรอบ)
บ่ายๆก็กลับแล้ว เหนื่อยแทบตาย

เด็กคณะเรา ใครมีจิตอาสาอยากช่วยพี่เค้าทำความสะอาดแล็บไปทำได้ทุกวันเน้อ
งานเยอะ เสร็จเร็วก็ได้สอบเร็วนะ เพราะได้ข่าวว่าจะรีบสอบเน้อ


Mille-feuille และเค้กพันชั้น

posted on 06 Dec 2011 11:51 by kanone in Eat-it
ด้วยความที่ปิดเทอม ปิดมันอยู่นั่นแหละ ปิดเข้าไป ไม่ได้เปิดสักที
เราเลยมีเวลาว่างเยอะมาก มากกว่าปิดซัมเมอร์ที่ผ่านมาซะอีก
เพราะไม่แฮ่ดไปเรียนพิเศษ ทำกิจกรรมบ้าๆบอๆที่ไหน
 
แล้วว่างขนาดนี้ ไม่อ่านนิยาย(จะหมดตู้อยู่แล้ว ที่เหลือเก็บหนีน้ำ)ก็นั่งเล่นเน็ท
เล่นไปเล่นมา ก็เลยเอาบล็อกมาปัดฝุ่น เห็นเอนทรี่เก่าๆเขียนอะไรลงไปบ้าบอชะมัด
 
ฟิกที่เขียนอยู่มีตัวละครชื่อ Mille feuille อ่านแบบไทยๆหน่อยก็ มีล์ยเฟย นั่นแหละค่ะ
ไปหาวิธีการอ่านออกเสียงแบบฝรั่งเศษแท้มาจากเว็บคนฝรั่งเศสอ่านฝรั่งเศส
เชื่อว่าการอ่านแบบนี้นับว่าถูกแน่นอน เว้นแต่คนอ่านมาจากแคว้นชายแดนโน่นล่ะ
 
 
เลยสงสัยต่อไปอีก เกิดมาก็ไม่ได้เคยกินไอ้เจ้าขนมเค้กพันชั้นนี้เลย
แล้วมันคืออะไรกันแน่หว่า เปิดหนังสือที่ทำให้รู้จักไอ้เจ้าประคุณเค้ก ก็ไม่ได้อธิบายไว้ละเอียดนัก
เลยไปถามอากู๋(เกิ้ล) ดู กลับพบกว่าเค้กพันชั้นที่เรายัดใส่ลงคิวรี่
มันไม่ได้หมายถึงพ่อ Mille Feuille คนเดียวซะหน่อยนิ
 
เลยหอบเอาความสงสัยไปถามป้าวิ(กิพีเดีย) เลยพอรู้คร่าวๆมาว่า
 
Mille feuille เป็นคุณขนมจากฝรั่งเศสเชียวนะเอ้อ มีอีกชื่อเรียกว่า Napoleon
แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับจักรพรรดินโปเลียนแต่อย่างใด บางที่ก็เรียกครีมสไลด์ ว่ากันไปตามแต่ละที่
แป้งที่ใช้ทำให้มันเป็นแผ่นๆ เป็นชั้นๆ นับได้เป็นพันชั้นสมชื่อก็คือแป้งพัพฟ์เนี่ยล่ะค่ะ
สูตรดั้งเดิมไม่มีอะไรมาก แป้งพัพฟ์สามชั้น คั่นกลางด้วยครีมข้นคลั่น เป็นอันว่าอร่อย จบ
 
 
 
ชื่อเดิมของคุณเค้ก Mille feuille นี่คือ gâteau de mille-feuilles แปลให้ตรงๆตัวก็คือเค้กพันชั้น
คำว่า Mille นี่ แปลว่าพัน ส่วน Des Feuille แปลว่า sheet หรือ leaf จะแปลว่าใบไม้พันใบก็ฟังดูชีวจิตดีแฮะ
 
 
ส่วนชื่อนโปเลียน มาจากเมืองเนเปิล หรือนาโปลีในอิตาลีโน่นแน่ะ ซึ่งพ่อ Mille Feuille ของที่นั่น
มีการกินคู่กับชีสและผักโขม อู้ว น่ากินแฮะ บางทีก็มีแทรกสปองเค้กเข้าไปด้วย แหม หวานมันอ่ะ
 
ในญี่ปุ่นเราก็เคยเห็นคุณเค้กพันชั้นเหมือนกัน (ดูทีวีเอาน่ะ ไม่เคยไปหรอกญี่ปุ่น)
แต่ดูน่าหม่ำกว่าของต้นตำรับอีก แป้งพัพฟ์ฟูสวย ครีมน่ากิ้น น่ากิน มีสตรอว์เบอร์รี่ด้วย สุดยอด
 
 
ทีนี้ปัญหาของเราคือ ถ้าเราตามหาคำว่าเค้กพันชั้นเนี่ย เราจะไม่ได้เจอแต่คุณเค้กฝรั่งเศส
แต่คุณจะเจอเค้กอินโดนีเซียและเค้กจีนโผล่มาด้วย ซึ่งก็มีชั้นเยอะเหมือนกัน แต่หน้้าตาไม่เหมือนกันอ่ะ
 
ว่ากันที่คุณเค้กจากแดนมังกร หามาหลายเว็บยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดเท่าไหร่
แต่ต้นตำรับเชื่อว่าเป็นเค้กนึ่ง ฝรั่งเข้าใจว่าเป็นติ่มซำชนิดหนึ่งด้วยเอ้า
คนเคยกินโพสบอกว่าเป็นแป้งลื่นๆ บ้างก็ว่าแหยะๆ จากสูตรที่ไปคุ้ยหาเอามา
ปรากฎว่ามันก็ทำมาจากแป้งเค้กธรรมดานี่แหละ แต่เอาไปนึ่ง
ไม่ใช่อบเหมือนคุณพันชั้นสัญชาติอื่น
 
วิธีการทำก็ เอาแป้งมาพับทบไปทบมา นึ่ง ก็ออกมาเป็นพันชั้นแล้ว
ตำรับปักกิ่ง สีสันขาวนวลยวลตา แต่ถ้าเป็นท้องถิ่นอืน
สีสันของ千层糕 (qiāncénggāo)ก็จะแตกต่างไป
 
ในเว็บพันทิป เจ้าเค้กSpekkoek หรือว่าเลเยอร์เค้กจากอินโดนีเซียเป็นที่กล่าวขวัญถึงมาก
และมันก็ถูกเรียกว่าเค้กพันชั้นด้วย โอย ทีนี้ทำเรางงว่าอะไรเป็นอะไรกันแน่
ทีนี้ก็ลองเสิร์ชดูอีกที แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ที่แน่ชัด เพียงแต่รู้คร่าวๆว่า
ไอ้คุณเค้กสีน้ำตาลขาวสลับกันไปกันมา (แต่ไม่เกินร้อยชั้นแน่) เป็นเค้กลูกผสม
ระหว่างดัชต์และอินโดนีเซีย วิธีการทำก็ต้องเทแป้ง ค่อยๆอบมันทีละชั้น
 
 
ได้ดูคลิปการทำเค้ก Spekkoek แบบต้นตำรับ รู้สึกว่า ยอมซื้อกินแพงๆดีกว่า
ที่ว่าทำไมเค้กชนิดนี้แพงเหลือเกิน ก็คงเพราะวิธีการทำมันน่าเสียเวลานี่แหละ
เหมือนจะเคยกินเป็นสูตรไต้หวันหรือฮ่องกงนี่แหละค่ะ
อร่อยมาก มันหอมเนยหอมแป้งมากๆ ยอมอ้วนด้วยค่ะเพื่อคุณเค้กพันชั้นชนิดนี้
 
สรุปว่าเค้กพันชั้นก็มีหลายแบบหลายสไตล์นะคะ ใครอยากได้สูตรเค้กแบบไหน
สามารไปเสิร์ชหาในกูเกิ้ลได้ค่ะ แต่ควรระบุว่า เป็น Mille Feuille Spekkoek
หรือว่า Steamed Chinese layer cake
 
ไว้คราวหน้าเอาของกินมาเมาท์อีก
หรือเอาหมอฟันมาเมาท์ดีน้า

ขอบคุณรูปสวยๆจาก

http://w.mtwebcenters.com.tw/HOSHING/ecommerce/-.html

http://www.taste.com.au/recipes/15848/raspberry+custard+cream+mille+feuille

(เว็บนี้มีสูตรทำmille feuille ด้วยนะ)

sousoukitchen-en.over-blog.com
alwayshungryny.com
 
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

อากู๋ และป้าวิ เว็บหากินของมนุษย์รายงานทั่วโลก
เว็บพันทิป เข้าหลายหน้าจัด เลยไม่สามารถลิ้งค์ถูก ขอโทษนะค๊า

edit @ 6 Dec 2011 13:07:02 by kanone

นั่งทำงานไปพักนึง เจอกับเว็บประจำที่เข้าทุกวี่วัน
แต่วันนี้มาแปลก ไปคลิกเข้าที่music เลยไปเจอหัวข้อเด็ดๆเข้า

[Poll] What is the most amazing “Fanclub name” ?

 
 
เลยจิ้มเข้าไปอ่านดู เพราะชื่อแฟนคลับดาราเกาหลีที่เรารู้ก็รู้เฉพาะที่เราชอบ
ปรากฎว่าอเมซิ่งจริงจัง
 









 
โหววววว
แต่ที่เรารู้มีมากกว่านี้

อาทิเช่น
 
  • Milkyway (Supernova)
  • Blackjack (2NE1)
  • Primadonna (FT Island)
  • T-xpress (ชื่อไม่เป็นทางการของ f(x)ไม่รู้ตอนนี้เป็นทางการรึยัง)
  • Wonderful (Wondergirls)
  • SSS (SS501)
  • So one ( SNSD อ่านว่า โซวอน)
  • V.I.P (Bigbang)
 
 
ส่วนตัวเรา ตอนแรกที่รู้ว่าวงลูกรักอย่าง Infinite มีชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการแล้ว
อ่านอยู่นานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนมาก ให้เป็นอินสปิริท
ทางด้านสุดที่รักอย่าง Supernova ถึงเป็นแฟนกันมานาน
ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจอยู่ดี แต่ที่เกาหลีกับญี่ปุ่นเค้าเรียนก MilkyWay จริงๆ
Dalmate ก็ชอบ รู้สึกว่าสนิทกันดี แต่ที่แน่ๆ
ปลิ้มMblaq ที่สุด
 
A+ ฮ่าาาาาาาาาาาาา อยากได้หลายๆตัวมาประดับเกรด